Copyrights: dpinfocus.com   All rights reserved.    contact@dpinfocus.com / ezodd@yahoo.com
 

ระบบภาพดิจิตอล ความละเอียดของภาพ สื่อแสดงผล - พิมพ์ ประเภทไฟล์ภาพ หน่วยบันทึกข้อมูล
การทำงานของกล้อง ทางยาวโฟกัสเลนส์  White Balance ระบบบันทึกภาพ

พลังงานที่ใช้

 

ดูตัวอย่างเพิ่มเติมเรื่องระบบบันทึกภาพนิ่ง และโปรแกรมบันทึกภาพสำเร็จ

 

Exposure Control - ระบบบันทึกภาพของกล้อง

Exposure Control คือหัวใจสำคัญของกล้องดิจิตอลในการสร้างภาพที่สวยงามตามจินตนาการของผู้ถ่ายภาพ   กล้องแต่ละรุ่นจะมีขีดความสามารถในส่วนของระบบบันทึกภาพที่แตกต่างกัน  ระบบที่สามารถทำงานได้หลากหลายหรืออนุญาตให้ผู้ถ่ายภาพเปลี่ยนค่าการบันทึกต่างๆ ได้  ส่วนมากแล้วจะอยู่ในกล้องรุ่นที่มีราคาค่อนข้างสูง  เมื่อเทียบกันรุ่นที่ระบบบันทึกทั่วไปเป็นแบบอัตโนมัติหรือกึ่งอัตโนมัติ    แต่ไม่ว่าจะเป็นกล้องในกลุ่มไหน  การทำความเข้าใจกับระบบควบคุมการบันทึกภาพต่างๆ ของกล้องอาจช่วยให้เราสามารถควบคุมกล้องได้ดียิ่งขึ้น 

 

        กล้องดิจิตอลมีระบบบันทึกภาพที่สามารถแยกออกได้เป็น 2 ส่วน คือ ระบบบันทึกภาพนิ่ง และระบบบันทึกภาพเคลื่อนไหว (Movie Clip)  นอกจากนี้แล้วปัจจุบันมีกล้องหลายรุ่นที่มีระบบรองรับการบันทึกเฉพาะเสียงอย่างเดียว  ทำหน้าที่คล้ายกับเทปอัดเสียงซึ่งสามารถบันทึกได้เป็นระยะเวลานานกว่าที่จะบันทึกภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง    อย่างไรก็ตามสำหรับกล้องดิจิตอลที่เน้นกลุ่มนักถ่ายภาพโดยตรง  ฟังก์ชั่นในส่วนของการบันทึกภาพนิ่งจะเป็นสิ่งที่บริษัทผู้ผลิตให้ความสำคัญสูงสุด  จะเห็นได้ว่าในกล้องระดับกึ่งมืออาชีพหรือมืออาชีพจะไม่มีฟังก์ชั่นการบันทึกภาพเคลื่อนไหว (Movie Clip)

ระบบบันทึกภาพนิ่ง

 

          ในกล้องดิจิตอลจะมีระบบการบันทึกภาพอัตโนมัติมาให้เป็นมาตรฐานเพื่อความสะดวกในการใช้งาน (เป็นภาพกล้องถ่ายรูป หรือตัว P)  กล้องรุ่นที่รองรับนักถ่ายภาพสมัครเล่นหรือกึ่งโปรจะมีระบบบันทึกภาพแบบอื่นให้เลือกใช้นอกจากระบบบันทึกแบบอัตโนมัติเพื่อประโยชน์ในการสร้างสรรค์งานภาพตามความต้องการ   การมีระบบการบันทึกภาพที่หลากหลายมากขึ้นนี้จะช่วยให้ผู้ใช้กล้องสามารถบันทึกภาพและสร้าง effect ต่างๆ ให้กับภาพถ่ายได้มากขึ้น   ระบบต่างๆ ที่มีใช้อยู่คือ

P (Programmed Auto Exposure) -  ระบบโปรแกรมบันทึกภาพอัตโนมัติ

A (Aperture Priority Auto Exposure) -  ระบบโปรแกรมบันทึกภาพแบบเลือกค่ารูรับแสง  (กล้องแคนนอนจะใช้ AV)

S (Shutter Priority Auto Exposure) -  ระบบโปรแกรมบันทึกภาพแบบเลือกค่าความไวชัตเตอร์  (กล้องแคนนอนจะใช้ TV)

M (Manual)  -  ระบบการปรับตั้งค่าการบันทึกโดยผู้ใช้

   

นอกจากระบบต่างๆ เหล่านี้ซึ่งจะมีให้ใช้งานเฉพาะในบางรุ่น (และแต่ละรุ่นก็มีเงื่อนไขการใช้งานที่แตกต่างแยกย่อยไปอีก)  ยังมีโปรแกรมการบันทึกแบบโปรแกรมสำเร็จ  (Scene Preset, Best Shot, Program Preset)   โหมดโปรแกรมสำเร็จเหล่านี้ในกล้องคอมแพคจะมีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบเพื่อเน้นความง่ายและสะดวกให้แก่นักถ่ายภาพ    โปรแกรมมาตรฐานที่จะมีอยู่ในกล้องทุกรุ่น (ยกเว้นระดับโปร) จะนิยมวางไว้ในตำแหน่งของแป้นควบคุม  ในขณะที่โปรแกรมอื่นๆ จะซ่อนอยู่ในเมนู แต่ก็ไม่ยากต่อการค้นหา   ข้อดีของโปรแกรมเหล่านี้คือผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้มากนัก  เพียงเลือกโปรแกรมให้ใกล้เคียงกับลักษณะของภาพที่ต้องการ กล้องจะปรับตั้งค่าการบันทึกให้   ข้อเสียของโปรแกรมเหล่านี้คือผู้ใช้ไม่สามารถปรับตั้งค่าเสริมอื่นๆ ได้   และบางครั้งก็อาจไม่ได้ภาพตามที่ต้องการเนื่องจากปัจจัยที่แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์  

Scene Preset หรือโปรแกรมมาตรฐานที่อยู่ในกล้องดิจิตอลโดยทั่วไปคือ

Portrait หรือภาพสัญลักษณ์รูปหน้าคน

ใช้สำหรับการบันทึกภาพบุคคลหรือภาพวัตถุที่เราต้องการเน้นโดยฉากหลังจะเบลอไป

 

Sport หรือภาพสัญลักษณ์รูปคนวิ่ง

ใช้สำหรับการบันทึกภาพที่ต้องการใช้ความไวชัตเตอร์สูงหรือต้องการหยุดแอ็คชั่น   

 

Landscape หรือภาพสัญลักษณ์วิว (รูปภูเขา หรือคนและภูเขา)

ใช้สำหรับการบันทึกภาพทัศนียภาพทั่วไป  ที่เน้นความชัดลึกทั้งภาพ

 

Macro, Close Up หรือภาพสัญลักษณ์ดอกไม้

ใช้สำหรับการบันทึกภาพที่ต้องการเข้าใกล้วัตถุ  ใช้สำหรับการบันทึกภาพวัตถุขนาดเล็ก

 

Night Scene หรือภาพคนและมีดาว (บางครั้งจะเป็นภาพกลางคืนมีดาวหรือดวงจันทร์ก็ได้)

ใช้สำหรับการบันทึกภาพเวลาเย็นหรือกลางคืนที่สภาพแสงโดยรวมมีน้อย 

 

  ***   แม้ว่าในปัจจุบันนี้กล้องที่เป็นลักษณะกึ่งโปร ก็จะมีโหมดโปรแกรมเหล่านี้ให้เลือกใช้เพื่อความสะดวก  แต่เวลาที่เราเลือกโหมดเหล่านี้การควบคุมในส่วนอื่นๆ ของการบันทึกอาจไม่สามารถทำได้มากนัก   เพราะเป็นการโอนความควบคุมไปให้กล้องทำแทน

 

 

 

ระบบบันทึกภาพเคลื่อนไหว - Movie Clip, Video Clip

        จุดเด่นอีกประการหนึ่งของกล้องดิจิตอลนอกเหนือจากการมองเห็นภาพทันทีจากจอแอลซีดี  คือคุณสมบัติการบันทึกภาพเคลื่อนไหว (Movie Clip)   ภาพเคลื่อนไหวที่ได้จากกล้องดิจิตอลในปัจจุบันมีคุณภาพที่ดีมาก  แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ยังไม่ไม่สามารถนำไปเทียบกับกล้องถ่ายวีดีโอซึ่งรองรับงานด้านวีดีโอโดยตรง    แม้ว่ากล้องดิจิตอลส่วนใหญ่จะมีฟังชั่นการบันทึกภาพเคลื่อนไหวให้เลือกใช้ แต่ความแตกต่างในการใช้งานและผลที่ได้ค่อนข้างหลากหลาย  ส่วนเด่นๆ ที่สามารถแยกได้คือ 

ขนาดของภาพเคลื่อนไหวที่สามารถบันทึกได้  (Movie Size)

ความสามารถในการบันทึกภาพพร้อมเสียง (Movie with / without sound)

คุณภาพของภาพที่บันทึกได้ (อัตรา frame rate ต่อวินาที)

ระยะเวลาที่สามารถบันทึกได้ต่อหนึ่ง clip (Recording per clip)

 

ขนาดของภาพเคลื่อนไหว

    

     กล้องรุ่นใหม่ๆ หลายรุ่นสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวที่ขนาด 640 x 480 พิกเซล ซึ่งจะให้ภาพที่มีขนาดใหญ่  และชัดเจนกว่าในการชม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูผ่านจอโทรทัศน์   ในขณะที่กล้องส่วนใหญ่ยังให้ภาพเคลื่อนไหวขนาดมาตรฐานที่ 320 x 240 พิกเซล   และในกล้องบางรุ่นจะมีขนาดภาพเคลื่อนไหวที่ 160 x 120 หรือ 160 x 112  (Mobile Size)  มาให้เลือกใช้เพื่อส่งเป็นไฟล์ดูบนจอโทรศัพท์ หรือส่งเป็นอีเมล์ 

***  กล้องบางรุ่นจะระบุไว้ว่าสามารถบันทึกได้ที่ขนาด 640 x 480 พิกเซล แต่อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของอัตราเฟรมเรทที่จะต่ำลง  เช่นหากบันทึกที่ขนาดมาตรฐาน 320 x 240 พิกเซล จะบันทึกที่ 30 fps.  ในขณะที่บันทึกที่ขนาด 640 x 480 พิกเซล จะบันทึกที่ 15 fps. เท่านั้น   หากต้องการเน้นในเรื่องการบันทึกภาพเคลื่อนไหวจริงจัง ควรตรวจดูรายละเอียดของกล้องก่อนการซื้อด้วยเพื่อป้องกันความผิดพลาด

 

ความสามารถในการบันทึกภาพพร้อมเสียง

    

      กล้องในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่แล้วจะสามารถบันทึกภาพพร้อมเสียงได้มากกว่าสมัยก่อน  แม้ว่าการบันทึกภาพพร้อมเสียงในบางครั้งดูไม่มีความหมายนักเนื่องจากเสียงที่ได้จะมาจากตำแหน่งผู้บันทึกมากกว่าตำแหน่งของแบบ แต่ก็มีประโยชน์สำหรับการบรรยายเนื้อเรื่อง   และในบางโอกาสก็สามารถสร้างอารมณ์และบรรยากาศที่ดีกว่า

***  ในกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆ ที่มีไมโครโฟนในตัว  นอกจากจะสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงได้แล้ว  ยังมีฟังชั่นการบันทึกเสียงลงในภาพนิ่งเพื่อทบทวนความจำหรือบรรยายภาพ  แม้จะมีระยะเวลาให้สั้นๆ แต่ก็มีประโยชน์มากสำหรับงานถ่ายภาพบางอย่างที่ต้องใช้การอ้างอิง

 

คุณภาพของภาพที่บันทึกได้ - อัตราการแสดงภาพ (frame rate/วินาที)

        แม้ว่ากล้องดิจิตอลจะสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้  แต่คุณภาพของภาพโดยส่วนใหญ่แล้วยังไม่ดีเท่ากล้องวีดีโอ   เนื่องจากจำนวนเฟรม / วินาทีจะต่ำซึ่งอาจทำให้ภาพกระตุกได้      โดยทั่วๆ ไปแล้วจะอยู่ที่ 12 - 17 เฟรม / วินาที   ในขณะที่ระบบการแสดงภาพเคลื่อนไหวของ PAL จะอยู่ที่อัตรา 25 เฟรม/วินาที  และระบบ NTSC จะอยู่ที่ 29 เฟรม/วินาที (โดยประมาณ) 

        ปัจจุบันมีกล้องหลายรุ่นที่มีอัตราเฟรมเรทอยู่ที่ 30 fps  และในบางรุ่นยังขึ้นไปสูงถึง 60 fps เพื่อประโยชน์ในการใช้บันทึกภาพเคลื่อนไหวที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ในภาพด้วย  เช่นการบันทึกภาพการละเล่น   การแข่งขันกีฬา หรือโยนห่วง โยนบอล

 

ระยะเวลาที่สามารถบันทึกได้

        ส่วนที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งของการบันทึกภาพเคลื่อนไหว คือระยะเวลาที่สามารถบันทึกได้ในแต่ละ clip  ซึ่งมีกล้องหลายรุ่นที่จำกัดระยะเวลาการบันทึกไว้  โดยอาจเริ่มตั้งแต่ 30 วินาที ไปจนถึงเป็นนาที  ในขณะที่กล้องบางรุ่นจะให้บันทึกได้ตามความจุของการ์ดที่ใส่    (ไฟล์ภาพเคลื่อนไหวมีขนาดค่อนข้างใหญ่และกินพื้นที่มากพอสมควร)    แม้ว่าเราจะไม่นิยมบันทึกภาพเคลื่อนไหวเป็นระยะเวลานานๆ  แต่การถูกจำกัดด้วยระยะเวลา ในบางครั้งก็ทำให้สูญเสียโอกาสดีๆ ไปได้เช่นกัน

 


 

 

 

การบันทึกเฉพาะเสียง - Audio Recording

        กล้องโดยทั่วไปที่สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง (movie clip with sound)  จะมีฟังก์ชั่นให้บันทึกเสียงประกอบภาพนิ่งได้เพื่อใช้บรรยายภาพหรือเป็นบันทึกช่วยจำ  แต่จะสามารถบันทึกเสียงได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ และไฟล์เสียงก็จะแนบไปกับไฟล์ภาพ  

        โหมดการบันทึกเฉพาะเสียงนี้จะมีเฉพาะในกล้องบางรุ่น จะสามารถสังเกตสัญลักษณ์ได้ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรูปคล้ายเทปเพลง   ในกล้องที่มีฟังก์ชั่นการบันทึกเฉพาะเสียงนี้  จะทำหน้าที่เหมือนเป็นเทปอัดเสียง (tape recorder) ซึ่งผู้ใช้สามารถบันทึกได้เฉพาะเสียงเป็นระยะเวลานาน (ทั่วไปอยู่ที่ 60 นาที)  และไฟล์ก็จะไม่ใหญ่ด้วย   ฟังก์ชั่นนี้จะอยู่ในกล้องรุ่นใหม่ๆ ที่เน้นความสะดวก ทันสมัย และประโยชน์ใช้สอยที่หลากหลาย  มากกว่าจะอยู่ในกล้องที่เน้นกลุ่มนักถ่ายภาพโดยตรง