|
|
| ระบบภาพดิจิตอล | ความละเอียดของภาพ | สื่อแสดงผล - พิมพ์ | ประเภทไฟล์ภาพ | หน่วยบันทึกข้อมูล |
| การทำงานของกล้อง | ทางยาวโฟกัสเลนส์ | White Balance | ระบบบันทึกภาพ |
|
ดูตัวอย่างเพิ่มเติมเรื่องระบบบันทึกภาพนิ่ง และโปรแกรมบันทึกภาพสำเร็จ |
|
Exposure Control - ระบบบันทึกภาพของกล้อง Exposure Control คือหัวใจสำคัญของกล้องดิจิตอลในการสร้างภาพที่สวยงามตามจินตนาการของผู้ถ่ายภาพ กล้องแต่ละรุ่นจะมีขีดความสามารถในส่วนของระบบบันทึกภาพที่แตกต่างกัน ระบบที่สามารถทำงานได้หลากหลายหรืออนุญาตให้ผู้ถ่ายภาพเปลี่ยนค่าการบันทึกต่างๆ ได้ ส่วนมากแล้วจะอยู่ในกล้องรุ่นที่มีราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกันรุ่นที่ระบบบันทึกทั่วไปเป็นแบบอัตโนมัติหรือกึ่งอัตโนมัติ แต่ไม่ว่าจะเป็นกล้องในกลุ่มไหน การทำความเข้าใจกับระบบควบคุมการบันทึกภาพต่างๆ ของกล้องอาจช่วยให้เราสามารถควบคุมกล้องได้ดียิ่งขึ้น
|
|
กล้องดิจิตอลมีระบบบันทึกภาพที่สามารถแยกออกได้เป็น 2 ส่วน คือ ระบบบันทึกภาพนิ่ง และระบบบันทึกภาพเคลื่อนไหว (Movie Clip) นอกจากนี้แล้วปัจจุบันมีกล้องหลายรุ่นที่มีระบบรองรับการบันทึกเฉพาะเสียงอย่างเดียว ทำหน้าที่คล้ายกับเทปอัดเสียงซึ่งสามารถบันทึกได้เป็นระยะเวลานานกว่าที่จะบันทึกภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง อย่างไรก็ตามสำหรับกล้องดิจิตอลที่เน้นกลุ่มนักถ่ายภาพโดยตรง ฟังก์ชั่นในส่วนของการบันทึกภาพนิ่งจะเป็นสิ่งที่บริษัทผู้ผลิตให้ความสำคัญสูงสุด จะเห็นได้ว่าในกล้องระดับกึ่งมืออาชีพหรือมืออาชีพจะไม่มีฟังก์ชั่นการบันทึกภาพเคลื่อนไหว (Movie Clip) ระบบบันทึกภาพนิ่ง
ในกล้องดิจิตอลจะมีระบบการบันทึกภาพอัตโนมัติมาให้เป็นมาตรฐานเพื่อความสะดวกในการใช้งาน (เป็นภาพกล้องถ่ายรูป หรือตัว P) กล้องรุ่นที่รองรับนักถ่ายภาพสมัครเล่นหรือกึ่งโปรจะมีระบบบันทึกภาพแบบอื่นให้เลือกใช้นอกจากระบบบันทึกแบบอัตโนมัติเพื่อประโยชน์ในการสร้างสรรค์งานภาพตามความต้องการ การมีระบบการบันทึกภาพที่หลากหลายมากขึ้นนี้จะช่วยให้ผู้ใช้กล้องสามารถบันทึกภาพและสร้าง effect ต่างๆ ให้กับภาพถ่ายได้มากขึ้น ระบบต่างๆ ที่มีใช้อยู่คือ P (Programmed Auto Exposure) - ระบบโปรแกรมบันทึกภาพอัตโนมัติ A (Aperture Priority Auto Exposure) - ระบบโปรแกรมบันทึกภาพแบบเลือกค่ารูรับแสง (กล้องแคนนอนจะใช้ AV) S (Shutter Priority Auto Exposure) - ระบบโปรแกรมบันทึกภาพแบบเลือกค่าความไวชัตเตอร์ (กล้องแคนนอนจะใช้ TV) M (Manual) - ระบบการปรับตั้งค่าการบันทึกโดยผู้ใช้
นอกจากระบบต่างๆ เหล่านี้ซึ่งจะมีให้ใช้งานเฉพาะในบางรุ่น (และแต่ละรุ่นก็มีเงื่อนไขการใช้งานที่แตกต่างแยกย่อยไปอีก) ยังมีโปรแกรมการบันทึกแบบโปรแกรมสำเร็จ (Scene Preset, Best Shot, Program Preset) โหมดโปรแกรมสำเร็จเหล่านี้ในกล้องคอมแพคจะมีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบเพื่อเน้นความง่ายและสะดวกให้แก่นักถ่ายภาพ โปรแกรมมาตรฐานที่จะมีอยู่ในกล้องทุกรุ่น (ยกเว้นระดับโปร) จะนิยมวางไว้ในตำแหน่งของแป้นควบคุม ในขณะที่โปรแกรมอื่นๆ จะซ่อนอยู่ในเมนู แต่ก็ไม่ยากต่อการค้นหา ข้อดีของโปรแกรมเหล่านี้คือผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้มากนัก เพียงเลือกโปรแกรมให้ใกล้เคียงกับลักษณะของภาพที่ต้องการ กล้องจะปรับตั้งค่าการบันทึกให้ ข้อเสียของโปรแกรมเหล่านี้คือผู้ใช้ไม่สามารถปรับตั้งค่าเสริมอื่นๆ ได้ และบางครั้งก็อาจไม่ได้ภาพตามที่ต้องการเนื่องจากปัจจัยที่แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์ Scene Preset หรือโปรแกรมมาตรฐานที่อยู่ในกล้องดิจิตอลโดยทั่วไปคือ
*** แม้ว่าในปัจจุบันนี้กล้องที่เป็นลักษณะกึ่งโปร ก็จะมีโหมดโปรแกรมเหล่านี้ให้เลือกใช้เพื่อความสะดวก แต่เวลาที่เราเลือกโหมดเหล่านี้การควบคุมในส่วนอื่นๆ ของการบันทึกอาจไม่สามารถทำได้มากนัก เพราะเป็นการโอนความควบคุมไปให้กล้องทำแทน
ระบบบันทึกภาพเคลื่อนไหว - Movie Clip, Video Clip จุดเด่นอีกประการหนึ่งของกล้องดิจิตอลนอกเหนือจากการมองเห็นภาพทันทีจากจอแอลซีดี คือคุณสมบัติการบันทึกภาพเคลื่อนไหว (Movie Clip) ภาพเคลื่อนไหวที่ได้จากกล้องดิจิตอลในปัจจุบันมีคุณภาพที่ดีมาก แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ยังไม่ไม่สามารถนำไปเทียบกับกล้องถ่ายวีดีโอซึ่งรองรับงานด้านวีดีโอโดยตรง แม้ว่ากล้องดิจิตอลส่วนใหญ่จะมีฟังชั่นการบันทึกภาพเคลื่อนไหวให้เลือกใช้ แต่ความแตกต่างในการใช้งานและผลที่ได้ค่อนข้างหลากหลาย ส่วนเด่นๆ ที่สามารถแยกได้คือ ขนาดของภาพเคลื่อนไหวที่สามารถบันทึกได้ (Movie Size) ความสามารถในการบันทึกภาพพร้อมเสียง (Movie with / without sound) คุณภาพของภาพที่บันทึกได้ (อัตรา frame rate ต่อวินาที) ระยะเวลาที่สามารถบันทึกได้ต่อหนึ่ง clip (Recording per clip)
ขนาดของภาพเคลื่อนไหว
กล้องรุ่นใหม่ๆ หลายรุ่นสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวที่ขนาด 640 x 480 พิกเซล ซึ่งจะให้ภาพที่มีขนาดใหญ่ และชัดเจนกว่าในการชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูผ่านจอโทรทัศน์ ในขณะที่กล้องส่วนใหญ่ยังให้ภาพเคลื่อนไหวขนาดมาตรฐานที่ 320 x 240 พิกเซล และในกล้องบางรุ่นจะมีขนาดภาพเคลื่อนไหวที่ 160 x 120 หรือ 160 x 112 (Mobile Size) มาให้เลือกใช้เพื่อส่งเป็นไฟล์ดูบนจอโทรศัพท์ หรือส่งเป็นอีเมล์ *** กล้องบางรุ่นจะระบุไว้ว่าสามารถบันทึกได้ที่ขนาด 640 x 480 พิกเซล แต่อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของอัตราเฟรมเรทที่จะต่ำลง เช่นหากบันทึกที่ขนาดมาตรฐาน 320 x 240 พิกเซล จะบันทึกที่ 30 fps. ในขณะที่บันทึกที่ขนาด 640 x 480 พิกเซล จะบันทึกที่ 15 fps. เท่านั้น หากต้องการเน้นในเรื่องการบันทึกภาพเคลื่อนไหวจริงจัง ควรตรวจดูรายละเอียดของกล้องก่อนการซื้อด้วยเพื่อป้องกันความผิดพลาด
ความสามารถในการบันทึกภาพพร้อมเสียง
กล้องในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่แล้วจะสามารถบันทึกภาพพร้อมเสียงได้มากกว่าสมัยก่อน แม้ว่าการบันทึกภาพพร้อมเสียงในบางครั้งดูไม่มีความหมายนักเนื่องจากเสียงที่ได้จะมาจากตำแหน่งผู้บันทึกมากกว่าตำแหน่งของแบบ แต่ก็มีประโยชน์สำหรับการบรรยายเนื้อเรื่อง และในบางโอกาสก็สามารถสร้างอารมณ์และบรรยากาศที่ดีกว่า *** ในกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆ ที่มีไมโครโฟนในตัว นอกจากจะสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงได้แล้ว ยังมีฟังชั่นการบันทึกเสียงลงในภาพนิ่งเพื่อทบทวนความจำหรือบรรยายภาพ แม้จะมีระยะเวลาให้สั้นๆ แต่ก็มีประโยชน์มากสำหรับงานถ่ายภาพบางอย่างที่ต้องใช้การอ้างอิง
คุณภาพของภาพที่บันทึกได้ - อัตราการแสดงภาพ (frame rate/วินาที) แม้ว่ากล้องดิจิตอลจะสามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ แต่คุณภาพของภาพโดยส่วนใหญ่แล้วยังไม่ดีเท่ากล้องวีดีโอ เนื่องจากจำนวนเฟรม / วินาทีจะต่ำซึ่งอาจทำให้ภาพกระตุกได้ โดยทั่วๆ ไปแล้วจะอยู่ที่ 12 - 17 เฟรม / วินาที ในขณะที่ระบบการแสดงภาพเคลื่อนไหวของ PAL จะอยู่ที่อัตรา 25 เฟรม/วินาที และระบบ NTSC จะอยู่ที่ 29 เฟรม/วินาที (โดยประมาณ) ปัจจุบันมีกล้องหลายรุ่นที่มีอัตราเฟรมเรทอยู่ที่ 30 fps และในบางรุ่นยังขึ้นไปสูงถึง 60 fps เพื่อประโยชน์ในการใช้บันทึกภาพเคลื่อนไหวที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ในภาพด้วย เช่นการบันทึกภาพการละเล่น การแข่งขันกีฬา หรือโยนห่วง โยนบอล
ระยะเวลาที่สามารถบันทึกได้ ส่วนที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งของการบันทึกภาพเคลื่อนไหว คือระยะเวลาที่สามารถบันทึกได้ในแต่ละ clip ซึ่งมีกล้องหลายรุ่นที่จำกัดระยะเวลาการบันทึกไว้ โดยอาจเริ่มตั้งแต่ 30 วินาที ไปจนถึงเป็นนาที ในขณะที่กล้องบางรุ่นจะให้บันทึกได้ตามความจุของการ์ดที่ใส่ (ไฟล์ภาพเคลื่อนไหวมีขนาดค่อนข้างใหญ่และกินพื้นที่มากพอสมควร) แม้ว่าเราจะไม่นิยมบันทึกภาพเคลื่อนไหวเป็นระยะเวลานานๆ แต่การถูกจำกัดด้วยระยะเวลา ในบางครั้งก็ทำให้สูญเสียโอกาสดีๆ ไปได้เช่นกัน
การบันทึกเฉพาะเสียง - Audio Recording
กล้องโดยทั่วไปที่สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียง (movie clip with sound) จะมีฟังก์ชั่นให้บันทึกเสียงประกอบภาพนิ่งได้เพื่อใช้บรรยายภาพหรือเป็นบันทึกช่วยจำ แต่จะสามารถบันทึกเสียงได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ และไฟล์เสียงก็จะแนบไปกับไฟล์ภาพ โหมดการบันทึกเฉพาะเสียงนี้จะมีเฉพาะในกล้องบางรุ่น จะสามารถสังเกตสัญลักษณ์ได้ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรูปคล้ายเทปเพลง ในกล้องที่มีฟังก์ชั่นการบันทึกเฉพาะเสียงนี้ จะทำหน้าที่เหมือนเป็นเทปอัดเสียง (tape recorder) ซึ่งผู้ใช้สามารถบันทึกได้เฉพาะเสียงเป็นระยะเวลานาน (ทั่วไปอยู่ที่ 60 นาที) และไฟล์ก็จะไม่ใหญ่ด้วย ฟังก์ชั่นนี้จะอยู่ในกล้องรุ่นใหม่ๆ ที่เน้นความสะดวก ทันสมัย และประโยชน์ใช้สอยที่หลากหลาย มากกว่าจะอยู่ในกล้องที่เน้นกลุ่มนักถ่ายภาพโดยตรง |