Copyrights: dpinfocus.com   All rights reserved.    contact@dpinfocus.com / ezodd@yahoo.com
 

ระบบภาพดิจิตอล ความละเอียดของภาพ สื่อแสดงผล - พิมพ์ ประเภทไฟล์ภาพ หน่วยบันทึกข้อมูล
การทำงานของกล้อง ทางยาวโฟกัสเลนส์  White Balance ระบบบันทึกภาพ

พลังงานที่ใช้

 

   หน่วยบันทึกข้อมูล - Memory Card

 

          หน่วยบันทึกข้อมูล หรือ Memory Card ทำหน้าที่แทนฟิล์มในส่วนของการเก็บรักษาภาพ   กล้องจะบันทึกได้กี่ภาพขึ้นอยู่กับการ์ดที่ใช้ว่ามีความจุเท่าไหร่   กล้องดิจิตอลที่วางจำหน่ายมักจะแถมการ์ดมาให้แต่ก็ในความจุที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับความละเอียดในการบันทึกภาพของกล้อง   ดังนั้นหากเลือกบันทึกที่ความละเอียดสูงสุดที่กล้องทำได้  เราจะถ่ายภาพได้ไม่กี่ภาพการ์ดก็จะเต็ม    ไม่สามารถถ่ายได้อีก   สิ่งหนึ่งที่จำเป็นสำหรับกล้องดิจิตอลคือ Memory Card ซึ่งหากเป็นไปได้ควรซื้อสำรองที่มีความจุสูงหน่อย  (ในระดับที่กล้องรองรับได้)  

          หน่วยบันทึกข้อมูลแบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ๆ ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน  ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเห็นจะเป็น แฟลชการ์ด ซึ่งมีขนาดเล็กกระทัดรัด  ไม่ได้ต้องใช้ไฟเลี้ยงทำให้หมดปัญหาเรื่องข้อมูลหายหากขาดแบตเตอร์รี่แบ็คอัพ   การบันทึกข้อมูลสามารถเขียนซ้ำได้และการดูแลรักษาก็ค่อนข้างง่ายเมื่อเทียบกับอีกสองประเภทที่จะกล่าวต่อไป    หน่วยความจำหรือการ์ดประเภทนี้ประกอบด้วย   Multimedia Card, CompactFlash, SD Card, xD Card, และ Memory Stick (ทุกประเภท)  

          ความจุของการ์ดประเภทนี้จะเริ่มตั้งแต่ 8 เม็กกะไบท์ (MB)  ไปจนถึงระดับกิกะไบท์  (GB)  แล้วแต่ประเภทของการ์ด   ความจุเหล่านี้หมายถึงปริมาณข้อมูลที่สามารถบรรจุลงในการ์ดได้  ในส่วนของภาพดิจิตอลนั้นข้อมูลภาพจะแตกต่างกันออกไปตามรายละเอียดของภาพที่บันทึกแต่โดยคร่าวๆ แล้ว  ภาพประเภท JPEG ที่บันทึกด้วยความละเอียดสูงสุดในระดับการบีบอัดน้อย  จากกล้องดิจิตอล 3 ล้านพิกเซล  จะมีขนาดไฟล์ภาพอยู่ระหว่าง 1.5 - 2 เม็กกะไบท์   ดังนั้นการ์ดที่มีความจุ 8 เม็กกะไบท์จะบันทึกภาพได้เพียง 4 - 5 ภาพเท่านั้น  ไม่ว่าจะเป็นการ์ดประเภทใดความจุที่มีคือมาตรฐานเดียวกัน  จะแตกต่างกันตรงความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลเท่านั้น   ว่าจะเร็วหรือช้ากว่ากันเพียงใด ซึ่งข้อแตกต่างจะเห็นได้ชัดกรณีที่ไฟล์ภาพที่ทำการบันทึกมีขนาดใหญ่

ทำความรู้จักกับการ์ดประเภทต่างๆ


ขนาด 45 x 37 x 0.76 มม.

           SmartMedia Memory Card  -  เป็นการ์ดที่ผลิตขึ้นในปี 1996  โดย Toshiba  เป็นการ์ดที่ใช้กันในกล้องรุ่นเก่าหน่อย  ปัจจุบันนี้มีเพียง Toshiba และ Samsung   สมัยก่อนเรียกกันว่า SSFDC (Solid State Floppy Disk Card)  เนื่องจากมันมีหน้าตาคล้ายแผ่นดิสก์กิตย่อส่วน  ขนาดบางเฉียบ  และไม่มีตัวคอนโทรควบคุมการเข้าถึงข้อมูลทำให้การอ่าน - เขียนข้อมูลขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้  (กล้องดิจิตอล เครื่องเล่น MP3 และ PDA)    ความจุของ SmartMedia มีตั้งแต่ 8MB, 16MB, 32MB, 64MB และ 128MB   

 

 


ขนาด 24 x 32 x 1.5 มม.

           MultiMedia (MMC) Memory Card  -  เป็นการ์ดที่เคยมีขนาดเล็กที่สุดผลิตในปี 1997 เพื่อใช้กับโทรศัพท์มือถือและ Pager  ปัจจุบันนิยมนำมาใช้กับกล้องดิจิตอล  MP3 และ PDA  ปัจจุบันมีผู้ผลิตอยู่หลายรายเช่น Samsung, SanDisk, Lexar, Infineon, Hitachi     มีความจุอยู่ที่ 32MB,  64MB, 128MB และ 256MB

 

 

 
ขนาด 24 x 32 x 2.1 มม.

              Secure Digital (SD) Memory Card -    เป็นการ์ดที่ผลิตในปลายปี 2001  โดย Toshiba ร่วมกับ Panasonic   เป็นการ์ดที่ถือเป็นรุ่นที่สองที่ปรับปรุงมาจากการ์ด MMC (second generation)  ทำให้สามารถใช้แทนที่กันได้ในบางครั้ง (backward-compatible)  มีขนาดหนากว่า MMC ประมาณ 0.6 มม. การ์ด SD มีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติมจากการ์ดในรุ่นเดิมมากคืออัตราการเข้าถึงข้อมูลเร็วกว่าถึง 4 เท่า  (ในรุ่นปกติ และมีรุ่น Ultra ที่ผู้ผลิตบางรายทำขึ้นซึ่งมีความเร็วในการอ่าน - เขียนข้อมูลสูงมากๆ ถึง 9 MB/วินาที)  มีระบบป้องกันความปลอดภัยโดยต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์ที่รองรับการทำงานนี้   แม้ว่าอุปกรณ์ที่รองรับการทำงานของ MMC ในบางรุ่นจะสามารถใช้ร่วมกับ SD ได้แต่การใช้งานในบางฟังชั่นอาจใช้ไม่ได้  ปัจจุบันมีผู้ผลิต SD อยู่หลายรายเช่น Panasonic, Toshiba, Samsung, Kingston, SanDisk, Lexar, Infineon, Hitachi เป็นต้น  การ์ด SD มีความจุที่ค่อนข้างสูง โดยเริ่มตั้งแต่ 32MB, 64MB, 128MB, 256MB และ 1GB    

 


ขนาด 20 x 25 x 1.7 มม.

            xD Picture Card -  เป็นการ์ดที่มีขนาดเล็กที่สุดในปัจจุบัน  ผลิตโดย FujiFilm และ Olympus  ชื่อของ xD ได้ที่มาจากคำว่า eXtreme Digital ซึ่งแสดงถึงความเป็นสุดยอดในการบันทึกข้อมูลดิจิตอลทั้ง audio - video  คุณสมบัติเด่นๆ ของการ์ดนี้คือกินพลังงานน้อยมาก  มีขนาดเล็ก   มีความจุสูง มีความรวดเร็วในการเขียนข้อมูลอยู่ที่ 1.3 MB/วินาที   ในการ์ดรุ่นความจุ 16MB และ 32MB ในขณะที่การ์ดรุ่นความจุตั้งแต่ 64MB จะสามารถเขียนได้ที่ความเร็ว 3MB/วินาที  และทุกรุ่นสามารถอ่านข้อมูลได้ที่ความเร็ว 5MB/วินาที    ความจุที่มีวางจำหน่ายกันจะอยู่ที่  16MB, 32MB, 64MB, 128MB, 256Mb และ 512MB 

 

     
ขนาด 36.4 x 42.8 x 3.3 มม  (Type I) และ 36.4 x 42.8 x 5.5 มม.  (Type II)

           CompactFlash (CF) Memory Card  -  เป็นการ์ดที่ผลิตขึ้นในปี 1994 โดย SanDisk  ปัจจุบันมีผู้ผลิตอยู่หลายรายเช่น Samsung, Lexar, Kingston  เป็นต้น   การ์ด CF เป็นการ์ดที่มีความคงทนสูง  ใช้งานอยู่ในอุปกรณ์หลายประเภทตั้งแต่ กล้องดิจิตอล คอมพิวเตอร์  สแกนเนอร์   PDA และ Pocket PC  การ์ด CF มีตัวคอนโทรเลอร์ควบคุมการทำงาน  ทำให้ในหลายรุ่นที่ผลิตขึ้นมามีระดับความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลที่แตกต่างกัน   การ์ด CF ส่วนใหญ่จะมีค่าความเร็วอยู่ที่ประมาณ 8x (ใช้ค่าเทียบเคียงเช่นเดียวกับระบบการอ่านของ CD-ROM  โดยที่ 1x = 150 KB/วินาที)   ปัจจุบันมีความจุที่วางจำหน่ายอยู่ที่ตั้งแต่ 32MB, 64MB, 128MB, 256MB, 512MB, 1GB, 2GB และ 8GB

 

   

           Memory Stick   -  ผลิตโดย Sony สำหรับใช้กับกล้องดิจิตอล  โทรศัพท์มือถือ และ PDA  สมัยก่อนมีเพียง Sony เท่านั้นที่ผลิต Memory Stick จำหน่ายแต่ปัจจุบันมีผู้ผลิตรายอื่นเช่น SanDisk และ Lexar เข้าร่วมแชร์ส่วนแบ่งในตลาดด้วย   Memory Stick มีการปรับปรังขนาดและความจุ รวมไปถึงความเร็วของการ์ดอยู่บ่อย  โดยมีรุ่น Memory Stick Pro ซึ่งมีความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล 1.8MB/วินาที  และมีขนาดเพียง 21.5 x 50 x 2.8 มม.   ซึ่งจะมีจำหน่ายเฉพาะที่ความจุ 256MB, 512MB และ 1GB  ส่วน Memory Stick Duo ซึ่งมีขนาด 20 x 31 x 1.6 มม. จะใช้ในโทรศัพท์มือถือและ PDA แต่หากต้องการนำมาใช้กับกล้องดิจิตอลสามารถซื้อตัวแปลง (adaptor) มาใช้ได้    และยังมีรุ่นที่แบ่งโซนพื้นที่ในการบันทึกข้อมูลเป็นโซนๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้งาน   ปัจจุบันนี้ราคาของ Memory Stick ถูกลงบ้างเล็กน้อย  แต่ก็ยังนับว่าสูงอยู่มากเมื่อเทียบกับการ์ดอื่นๆ เฉลี่ยตามความจุ   จุดเด่นที่สุดของ Memory Stick น่าจะอยู่ที่การใช้งานร่วมกันของอุปกรณ์ต่างๆ ของ Sony ซึ่งมีอยู่หลากหลายกลุ่ม ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานการ์ดร่วมกันและสะดวกในการโอนถ่ายข้อมูล

 

 

Microdrive


ขนาด 36.4 x 42.8 x 5.5 มม. (เท่ากับ CF Type II)

           เป็นหน่วยบันทึกข้อมูลที่เป็นเสมือนฮาร์ดดิสก์ตัวเล็กๆ มีส่วนประกอบเล็กๆ อยู่หลายชิ้นภายใน (เหมือนกับฮาร์ดดิสก์ของคอมพ้วเตอร์)   สมัยก่อนเคยได้รับความนิยมสูงมากเนื่องจากมีความจุที่สูง  แต่มีข้อเสียคือค่อนข้างจะเปราะบาง  (ห้ามตกหรือกระแทกแรงๆ) และสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าการ์ดประเภท Flash Memory        Microdrive มีขนาดเท่ากับ CF Type II   สำหรับกล้องรุ่นใหญ่ที่รองรับ  CF Type II   ส่วนมากแล้วจะสามารถใช้ Microdrive ได้       Microdrive จะใช้กันอยู่ในกล้องรุ่นระดับสูง ที่ไฟล์ภาพมีขนาดใหญ่  ราคาเมื่อเฉลี่ยต่อหน่วยความจุแล้วค่อนข้างถูก   มีให้เลือกใช้ตั้งแต่ 1GB ขึ้นไป