|
|
| ระบบภาพดิจิตอล | ความละเอียดของภาพ | สื่อแสดงผล - พิมพ์ | ประเภทไฟล์ภาพ | หน่วยบันทึกข้อมูล |
| การทำงานของกล้อง | ทางยาวโฟกัสเลนส์ | White Balance | ระบบบันทึกภาพ |
|
การใช้พลังงานของกล้องดิจิตอล
กล้องดิจิตอลแตกต่างจากกล้องใช้ฟิล์มในส่วนของการใช้พลังงานอยู่ค่อนข้างมาก
เนื่องจากกล้องดิจิตอลถือเป็นเครื่องไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่ต้องอาศัยพลังงานหล่อเลี้ยงให้ทุกระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งแตกต่างจากกล้องใช้ฟิล์มซึ่งต้องการพลังงานหล่อเลี้ยงเพียงเล็กน้อย
การใช้กล้องดิจิตอลส่วนใหญ่แล้วจะนิยมดูจอแอลซีดีประกอบการบันทึกภาพ
ทั้งนี้เนื่องจากช่องมองภาพของกล้องดิจิตอลคอมแพคโดยทั่วไปจะค่อนข้างเล็ก
นอกจากนั้นเมื่อบันทึกเสร็จแล้วเรายังนิยมตรวจดูภาพบนจอแอลซีดีอีก
ซึ่งการเปิดหน้าจอแอลซีดีทิ้งไว้เป็นเวลานานจะสิ้นเปลืองพลังงานค่อนข้างมาก
อีกส่วนหนึ่งที่จะมีผลพลังงานของกล้องดิจิตอลคือการใช้แฟลชในการบันทึกภาพ
ซึ่งก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องใช้พลังงานค่อนข้างมาก
ดังจะเห็นได้ว่าผู้ผลิตจะระบุในคู่มือกล้องว่าจะสามารถบันทึกภาพได้กี่ภาพในกรณีที่ใช้แฟลช
หรือไม่ใช้แฟลช เปิดจอแอลซีดี หรือไม่เปิด
ซึ่งตัวเลขที่ระบุจะแตกต่างกันค่อนข้างมากพอสมควร
ดังนั้นการใช้กล้องดิจิตอลส่วนใหญ่แล้วจะนิยมให้ตั้งเวลาปิดอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งาน
โดยกล้องแต่ละรุ่นจะมีระยะเวลาให้เลือกแตกต่างกันออกไปบ้างเล็กน้อย
ทั้งนี้การเลือกใช้ระบบนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่มีพลังงานสำรองติดตัวไว้
ประเภทของพลังงานที่ใช้ในกล้องดิจิตอล
แบตเตอร์รี่ที่ใช้ในกล้องดิจิตอลแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มด้วยกัน
คือกลุ่มที่ใช้แบตเตอร์รี่ขนาดมาตรฐาน (AA)
และกลุ่มที่ใช้แบตเตอร์รี่ขนาดพิเศษ เพื่อให้เหมาะสมกับกล้องประเภทนั้นๆ
โดยที่กล้องที่ใช้แบตเตอร์รี่ขนาดพิเศษจะมีตัวชาร์ท พลังงานมาให้พร้อมกับกล้อง
(อาจเป็นแบบมีแท่นชาร์จแยก หรือแบบชาร์จไฟผ่านตัวกล้องก็ได้)
ในขณะที่กล้องที่ใช้แบตเตอร์รี่ขนาดมาตรฐาน AA
จะไม่มีตัวชาร์จมาให้ (ทั้งสองแบบอาจมีสายชาร์จไฟบ้านให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
หรืออาจต้องซื้อเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ)
ทั้งนี้แบตเตอร์รี่ที่มากับกล้องประเภทนี้จะเป็น Alkaline
หรือเป็น แบตเตอร์รี่ที่ใช้กันทั่วไปซึ่งจะมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น
และการซื้อเพิ่มเติมก็ค่อนข้างสิ้นเปลือง
ตัวเลือกที่ดีคือการซื้อถ่านที่สามารถชาร์จประจุไฟฟ้าเพิ่มได้ซึ่งในปัจจุบันมีราคาลดลงมากพอสมควร
ซึ่งเราสามารถเลือกความจุให้เหมาะสมกับการใช้งานได้
แม้ในตอนแรกอาจดูสิ้นเปลืองแต่เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานแล้ว
จะประหยัดกว่าการใช้แบตเตอร์รี่แบบ alkaline
ซึ่งใช้แล้วต้องทิ้งเลยค่อนข้างมาก
1 Alkaline - ปกติจะใช้ขนาด
AA เป็นแบตเตอร์รี่ที่ชาร์จไม่ได้
เมื่อใช้หมดแล้วต้องทิ้งเลย แม้ว่าจะมีราคาต่อก้อนไม่สูงนัก
แต่เมื่อนำมาใช้กับกล้องดิจิตอลที่ใช้พลังงานค่อนข้างเปลือง
(นอกจากจะเป็นกล้องคอมแพคราคาประหยัดที่ไม่มีระบบอัตโนมัติมากนัก)
ก็จะมีอายุการใช้งานที่สั้น ทำให้สิ้นเปลืองเงินในระยะยาว
เหมาะสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินเพราะหาซื้อได้ง่าย
2 Ni-MH - ปกติที่วางจำหน่ายจะเป็นขนาด
AA เป็นแบตเตอร์รี่ที่ชาร์จประจุไฟใหม่ได้
มีหน่วยวัดเป็น mAh
เช่น 1800 mAh ซึ่งหมายถึงการจ่ายพลังงานได้ 1800
มิลลิแอมป์ในเวลา 1 ชั่วโมง
รุ่นที่มีความจุสูงจะมีราคาแพงกว่ารุ่นที่มีความจุต่ำ
มีรอบการชาร์จประจุไฟใหม่อยู่ที่ตั้งแต่ 300 - 1000 รอบ (ขึ้นอยู่กับการใช้งาน
และคุณภาพของแบตเตอร์รี่ที่แตกต่างกันระหว่างบริษัทผู้ผลิตแต่ละราย)
เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับกล้องดิจิตอลที่ใช้แบตเตอร์รี่ขนาด
AA เพราะจะให้อายุการใช้งานที่นานกว่าในการใช้แต่ละครั้ง และยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าในระยะยาวในกรณีที่ใช้กล้องเป็นประจำ
3 Lithium -
ปกติจะมีหลายรูปทรงเพื่อรองรับอุปกรณ์ที่ใช้งานประเภทต่างๆ
เป็นแบตเตอร์รี่ที่ชาร์จประจุไฟใหม่ไม่ได้ เป็นประเภทใช้แล้วทิ้งเหมือน
Alkaline แต่มีราคาค่อนข้างสูง และหาซื้อไม่ง่ายนัก
โดยเฉพาะในบางรุ่น กล้องดิจิตอลจะระบุรุ่นของแบตเตอร์รี่ประเภทนี้
ที่กล้องรองรับโดยระบุเป็นรุ่นๆ ไป (ขนาด - ความจุ)
อายุการใช้งานต่อรอบจะค่อนข้างสูง
แต่เนื่องจากราคาที่ค่อนข้างสูงจึงไม่ค่อยนิยมใช้เป็นพลังงานสำรอง
นอกจากกรณีที่จำเป็น
4 Lithium-Ion -
ปกติจะมีหลายรูปทรงแล้วแต่บริษัทผู้ผลิตจะคิดค้นเพื่อให้จ่ายพลังงานที่เหมาะสมให้กับกล้องแต่ละรุ่น
ที่มีความต้องการใช้พลังงานที่แตกต่างกันออกไป
เป็นแบตเตอร์รี่ที่ชาร์จประจุไฟใหม่ได้ มีรอบการใช้งานประมาณ 400
รอบขึ้นไป (ขี้นอยู่กับการดูแลรักษา) มีราคาต่อหน่วยค่อนข้างสูง และในบางกรณีอาจต้องซื้อแท่นชาร์จสำรองเพื่อการใช้งานร่วมกัน
ทำให้ดูเหมือนมีต้นทุนที่สูง แต่ประโยชน์การใช้งานค่อนข้างคุ้มค่า
เนื่องจากการใช้งานต่อรอบที่นาน
และต้นทุนเฉลี่ยเมื่อใช้ระยะยาวจะค่อนข้างถูก
** Lithium-Polymer - เป็นเทคโนโลยีของแบตเตอรี่รุ่นใหม่
ที่ปัจจุบันยังมีราคาค่อนข้างสูงอยู่
มีขนาดที่บางเนื่องจากมีขั้วไฟฟ้าเป็นแผ่นฟิล์มโพลิเมอร์บางๆ เท่านั้น
อยู่ในช่วงที่กำลังพัฒนา เริ่มมีใช้ในอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ
และเป็นตัวเลือกในกล้องดิจิตอลบางรุ่น ในอนาคตหากมีการผลิตที่แพร่หลายขึ้นจะมีต้นทุนที่ต่ำลง
และอาจมีการใช้อย่างแพร่หลายขึ้น
*** Lithium-Ion และ
Lithium-Polymer เป็นแบตเตอร์รี่ที่ไม่มีปัญหาในเรื่องของ memory effect
ที่จะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง (การชาร์จประจุไฟใหม่
ไม่จำเป็นต้องรอให้หมดพลังงานก่อน)
การใช้งานไม่ควรเก็บไว้เป็นเวลานานๆโดยไม่นำมาชาร์จประจุทิ้งไว้เป็นครั้งคราว
เพราะจะมีผลทำให้อายุการใช้งานสั้นลงได้
แบตเตอร์รี่ทุกประเภทมีอายุการใช้งานของมัน (ประมาณ 2 -
4 ปี หรือ 400 - 1000 รอบ) อาการที่เห็นได้ชัดคือการชาร์จประจุไม่เข้า
หรือระยะการใช้งานเริ่มสั้นลงเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่มีการชาร์จประจุไว้เต็มเป็นปกติ
การนำแบตเตอร์รี่ที่มีสภาพไม่สมบูรณ์มาใช้ในกล้องดิจิตอลอาจมีผลต่อระบบการทำงานโดยรวมของกล้องได้
|