Copyrights: dpinfocus.com    All rights reserved.    contact@dpinfocus.com / ezodd@yahoo.com
 

ระบบภาพดิจิตอล ความละเอียดของภาพ สื่อแสดงผล - พิมพ์ ประเภทไฟล์ภาพ หน่วยบันทึกข้อมูล
การทำงานของกล้อง ทางยาวโฟกัสเลนส์  White Balance ระบบบันทึกภาพ

พลังงานที่ใช้

 

การใช้พลังงานของกล้องดิจิตอล
     
    
 
              กล้องดิจิตอลแตกต่างจากกล้องใช้ฟิล์มในส่วนของการใช้พลังงานอยู่ค่อนข้างมาก  เนื่องจากกล้องดิจิตอลถือเป็นเครื่องไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่ต้องอาศัยพลังงานหล่อเลี้ยงให้ทุกระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแตกต่างจากกล้องใช้ฟิล์มซึ่งต้องการพลังงานหล่อเลี้ยงเพียงเล็กน้อย   การใช้กล้องดิจิตอลส่วนใหญ่แล้วจะนิยมดูจอแอลซีดีประกอบการบันทึกภาพ  ทั้งนี้เนื่องจากช่องมองภาพของกล้องดิจิตอลคอมแพคโดยทั่วไปจะค่อนข้างเล็ก   นอกจากนั้นเมื่อบันทึกเสร็จแล้วเรายังนิยมตรวจดูภาพบนจอแอลซีดีอีก  ซึ่งการเปิดหน้าจอแอลซีดีทิ้งไว้เป็นเวลานานจะสิ้นเปลืองพลังงานค่อนข้างมาก    อีกส่วนหนึ่งที่จะมีผลพลังงานของกล้องดิจิตอลคือการใช้แฟลชในการบันทึกภาพ   ซึ่งก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องใช้พลังงานค่อนข้างมาก  ดังจะเห็นได้ว่าผู้ผลิตจะระบุในคู่มือกล้องว่าจะสามารถบันทึกภาพได้กี่ภาพในกรณีที่ใช้แฟลช  หรือไม่ใช้แฟลช  เปิดจอแอลซีดี หรือไม่เปิด  ซึ่งตัวเลขที่ระบุจะแตกต่างกันค่อนข้างมากพอสมควร    ดังนั้นการใช้กล้องดิจิตอลส่วนใหญ่แล้วจะนิยมให้ตั้งเวลาปิดอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งาน  โดยกล้องแต่ละรุ่นจะมีระยะเวลาให้เลือกแตกต่างกันออกไปบ้างเล็กน้อย  ทั้งนี้การเลือกใช้ระบบนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่มีพลังงานสำรองติดตัวไว้  
 
ประเภทของพลังงานที่ใช้ในกล้องดิจิตอล 
 
          
     
   
 
             แบตเตอร์รี่ที่ใช้ในกล้องดิจิตอลแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มด้วยกัน  คือกลุ่มที่ใช้แบตเตอร์รี่ขนาดมาตรฐาน (AA)  และกลุ่มที่ใช้แบตเตอร์รี่ขนาดพิเศษ เพื่อให้เหมาะสมกับกล้องประเภทนั้นๆ โดยที่กล้องที่ใช้แบตเตอร์รี่ขนาดพิเศษจะมีตัวชาร์ท พลังงานมาให้พร้อมกับกล้อง (อาจเป็นแบบมีแท่นชาร์จแยก หรือแบบชาร์จไฟผ่านตัวกล้องก็ได้)   ในขณะที่กล้องที่ใช้แบตเตอร์รี่ขนาดมาตรฐาน AA จะไม่มีตัวชาร์จมาให้ (ทั้งสองแบบอาจมีสายชาร์จไฟบ้านให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน หรืออาจต้องซื้อเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ)   ทั้งนี้แบตเตอร์รี่ที่มากับกล้องประเภทนี้จะเป็น Alkaline หรือเป็น  แบตเตอร์รี่ที่ใช้กันทั่วไปซึ่งจะมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น  และการซื้อเพิ่มเติมก็ค่อนข้างสิ้นเปลือง  ตัวเลือกที่ดีคือการซื้อถ่านที่สามารถชาร์จประจุไฟฟ้าเพิ่มได้ซึ่งในปัจจุบันมีราคาลดลงมากพอสมควร  ซึ่งเราสามารถเลือกความจุให้เหมาะสมกับการใช้งานได้  แม้ในตอนแรกอาจดูสิ้นเปลืองแต่เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานแล้ว จะประหยัดกว่าการใช้แบตเตอร์รี่แบบ alkaline ซึ่งใช้แล้วต้องทิ้งเลยค่อนข้างมาก
 
              เราสามารถแบ่งประเภทของแบตเตอร์รี่ที่ใช้ในกล้องดิจิตอลออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ ด้วยกันคือ
 
              1   Alkaline -  ปกติจะใช้ขนาด AA เป็นแบตเตอร์รี่ที่ชาร์จไม่ได้  เมื่อใช้หมดแล้วต้องทิ้งเลย แม้ว่าจะมีราคาต่อก้อนไม่สูงนัก แต่เมื่อนำมาใช้กับกล้องดิจิตอลที่ใช้พลังงานค่อนข้างเปลือง (นอกจากจะเป็นกล้องคอมแพคราคาประหยัดที่ไม่มีระบบอัตโนมัติมากนัก)  ก็จะมีอายุการใช้งานที่สั้น ทำให้สิ้นเปลืองเงินในระยะยาว  เหมาะสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินเพราะหาซื้อได้ง่าย
            
              2   Ni-MH  -  ปกติที่วางจำหน่ายจะเป็นขนาด AA  เป็นแบตเตอร์รี่ที่ชาร์จประจุไฟใหม่ได้  มีหน่วยวัดเป็น mAh  เช่น 1800 mAh ซึ่งหมายถึงการจ่ายพลังงานได้ 1800 มิลลิแอมป์ในเวลา 1 ชั่วโมง  รุ่นที่มีความจุสูงจะมีราคาแพงกว่ารุ่นที่มีความจุต่ำ   มีรอบการชาร์จประจุไฟใหม่อยู่ที่ตั้งแต่ 300 - 1000 รอบ (ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และคุณภาพของแบตเตอร์รี่ที่แตกต่างกันระหว่างบริษัทผู้ผลิตแต่ละราย)   เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับกล้องดิจิตอลที่ใช้แบตเตอร์รี่ขนาด AA เพราะจะให้อายุการใช้งานที่นานกว่าในการใช้แต่ละครั้ง  และยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าในระยะยาวในกรณีที่ใช้กล้องเป็นประจำ
 
              3   Lithium   -   ปกติจะมีหลายรูปทรงเพื่อรองรับอุปกรณ์ที่ใช้งานประเภทต่างๆ   เป็นแบตเตอร์รี่ที่ชาร์จประจุไฟใหม่ไม่ได้ เป็นประเภทใช้แล้วทิ้งเหมือน Alkaline แต่มีราคาค่อนข้างสูง และหาซื้อไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะในบางรุ่น  กล้องดิจิตอลจะระบุรุ่นของแบตเตอร์รี่ประเภทนี้ ที่กล้องรองรับโดยระบุเป็นรุ่นๆ ไป (ขนาด - ความจุ)  อายุการใช้งานต่อรอบจะค่อนข้างสูง แต่เนื่องจากราคาที่ค่อนข้างสูงจึงไม่ค่อยนิยมใช้เป็นพลังงานสำรอง  นอกจากกรณีที่จำเป็น
 
              4   Lithium-Ion    -   ปกติจะมีหลายรูปทรงแล้วแต่บริษัทผู้ผลิตจะคิดค้นเพื่อให้จ่ายพลังงานที่เหมาะสมให้กับกล้องแต่ละรุ่น ที่มีความต้องการใช้พลังงานที่แตกต่างกันออกไป   เป็นแบตเตอร์รี่ที่ชาร์จประจุไฟใหม่ได้  มีรอบการใช้งานประมาณ 400  รอบขึ้นไป (ขี้นอยู่กับการดูแลรักษา)  มีราคาต่อหน่วยค่อนข้างสูง  และในบางกรณีอาจต้องซื้อแท่นชาร์จสำรองเพื่อการใช้งานร่วมกัน  ทำให้ดูเหมือนมีต้นทุนที่สูง แต่ประโยชน์การใช้งานค่อนข้างคุ้มค่า เนื่องจากการใช้งานต่อรอบที่นาน  และต้นทุนเฉลี่ยเมื่อใช้ระยะยาวจะค่อนข้างถูก
 
**  Lithium-Polymer  -  เป็นเทคโนโลยีของแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ที่ปัจจุบันยังมีราคาค่อนข้างสูงอยู่  มีขนาดที่บางเนื่องจากมีขั้วไฟฟ้าเป็นแผ่นฟิล์มโพลิเมอร์บางๆ เท่านั้น อยู่ในช่วงที่กำลังพัฒนา เริ่มมีใช้ในอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ และเป็นตัวเลือกในกล้องดิจิตอลบางรุ่น  ในอนาคตหากมีการผลิตที่แพร่หลายขึ้นจะมีต้นทุนที่ต่ำลง   และอาจมีการใช้อย่างแพร่หลายขึ้น
 
*** Lithium-Ion และ Lithium-Polymer  เป็นแบตเตอร์รี่ที่ไม่มีปัญหาในเรื่องของ memory effect ที่จะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง  (การชาร์จประจุไฟใหม่ ไม่จำเป็นต้องรอให้หมดพลังงานก่อน)  การใช้งานไม่ควรเก็บไว้เป็นเวลานานๆโดยไม่นำมาชาร์จประจุทิ้งไว้เป็นครั้งคราว เพราะจะมีผลทำให้อายุการใช้งานสั้นลงได้
 
 
แบตเตอร์รี่ทุกประเภทมีอายุการใช้งานของมัน (ประมาณ 2 - 4 ปี หรือ 400 - 1000 รอบ)  อาการที่เห็นได้ชัดคือการชาร์จประจุไม่เข้า หรือระยะการใช้งานเริ่มสั้นลงเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่มีการชาร์จประจุไว้เต็มเป็นปกติ  การนำแบตเตอร์รี่ที่มีสภาพไม่สมบูรณ์มาใช้ในกล้องดิจิตอลอาจมีผลต่อระบบการทำงานโดยรวมของกล้องได้