Copyrights:  dpinfocus.com    All rights reserved.    contact@dpinfocus.com / ezodd@yahoo.com
 

หลักการถ่ายภาพ

ชนิดของกล้องถ่ายภาพ

เลนส์-ทางยาวโฟกัส

เลนส์ - รูรับแสง

ความเร็วชัตเตอร์

ความไวแสงฟิล์ม

 

Lens Aperture - รูรับแสงของเลนส์

ส่วนประกอบที่สำคัญของเลนส์ที่ควรทำความเข้าใจคือ รูรับแสงของเลนส์ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดปริมาณของแสงที่จะผ่านเลนส์เข้าไปสู่ตัวรับภาพหรือฟิล์ม   ขนาดของรูรับแสงมีผลต่อภาพที่บันทึกได้  รวมไปถึงมีผลกับสภาพแสงที่ใช้ในการบันทึกภาพด้วย 

         ขนาดของรูรับแสงจะแสดงเป็นตัวเลขไว้ที่ขอบเลนส์ด้านหน้าที่เดียวกับตัวเลขที่แสดงค่าทางยาวโฟกัสของเลนส์   เช่น 35mm. 1:2.8    หมายถึงว่าเลนส์ตัวนี้มีขนาดของรูรับแสงกว้างสุดเท่ากับ f/2.8  เลนส์แต่ละตัวจะมีรูรับแสงกว้างสุดไม่เท่ากัน   เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างจะมีราคาค่อนข้างสูงกว่าเลนส์ที่มีรูรับแสงเริ่มต้นแคบกว่า    ประโยชน์หลักๆ ของขนาดรูรับแสงที่กว้างคือ  การใช้งานในสภาพแสงน้อยๆ ที่ดีกว่า เพิ่มโอกาสในการบันทึกภาพให้มากขึ้น ปรับโฟกัสได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญทำให้ฉากหลังเบลอได้ง่ายขึ้นด้วย  

         รูรับแสงของเลนส์โดยทั่วๆ ไปหากเป็นเลนส์ฟิกซ์ในตัวกล้องจะมีขอบเขตที่จำกัด  โดยกล้องจะระบุอยู่ในสเปค หรือในคู่มือของกล้อง  ในขณะที่เลนส์ที่ใช้ในกล้อง SLR จะมีค่าเริ่มต้นตั้งแต่ f/1.4 - f/4.5  และจะไล่ลำดับกันออกไปจนถึง f/22   โดยปกติแล้วในกล้องคอมแพคจะเลือกขนาดรูรับแสงให้อัตโนมัติ  สำหรับกล้องที่ให้ผู้ใช้เลือกปรับขนาดของรูรับแสงได้จะมีฟังชั่นการบันทึกภาพให้เลือกใช้คือระบบบันทึกภาพแบบ Aperture Priority

          ดังเห็นได้จากภาพว่าตัวเลขยิ่งสูง ขนาดของรูรับแสงจะยิ่งแคบลง  ซึ่งหมายความว่าปริมาณของแสงที่จะผ่านเลนส์เข้าไปยิ่งน้อยมากขึ้น   การเลือกใช้งานจึงขึ้นอยู่กับสภาพแสงและลักษณะของภาพที่ต้องการบันทึกเป็นหลักใหญ่   เนื่องจากขนาดของรูรับแสงมีผลต่อลักษณะของภาพที่บันทึกได้  

 

ระยะโฟกัสภาพ - ความชัดลึกของภาพ

 

  

           ก่อนที่จะพูดถึงความชัดลึกของภาพ  เราควรทำความเข้าใจกับลักษณะการบันทึกภาพโดยทั่วๆ ไปก่อนว่า  โดยปกติแล้วเมื่อเราบันทึกภาพหนึ่งภาพนั้นจะมีส่วนของภาพที่เราปรับโฟกัส หรือส่วนที่คมชัดที่สุดของภาพอยู่ส่วนหนึ่งเสมอ  ในขณะที่ส่วนที่เหลือบางครั้งก็ชัดมากน้อยแตกต่างกันออกไป   ดังนั้นเมื่อเราพูดถึงความชัดลึกของภาพ  เราจะหมายถึงส่วนที่อยู่นอกกรอบโฟกัสของภาพว่าจะมีระยะของความชัดมาก - น้อยเพียงใด  แต่ในการที่ภาพที่ถ่ายออกมาได้ไม่มีส่วนใดที่ชัด หรือเบลอหมดทั้งภาพนั้น  ไม่เกี่ยวกับระยะชัดลึก - ชัดตื้นของภาพแต่เป็นเพราะภาพยังไม่ได้โฟกัสหรือมีการเคลื่อนไหวขณะบันทึกภาพ 

 

           ทีนี้ลองมาดูกันว่าเมื่อเราเล็งกล้องไปยังวัตถุที่จะทำการบันทึก  และทำการปรับโฟกัสภาพจนมีความคมชัดดีแล้ว  (หรือใช้ระบบออโต้โฟกัสก็ได้)  จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังของจุดที่เราปรับโฟกัสนั้นปรากฏชัดไปด้วย  บริเวณหรือส่วนของภาพในช่วงนี้ที่เราเรียกว่า ช่วงความชัดของภาพ   เมื่อช่วงนี้แคบเราเรียกว่าชัดตื้น (ส่วนที่ชัดมีน้อย) เมื่อช่วงนี้กว้างเราเรียกว่าชัดลึก (ส่วนที่ชัดมีมาก)   

      

            ขนาดของรูรับแสงที่เราพูดถึงข้างต้นซึ่งให้ความชัดลึกชัดตื้นต่างกันหมายถึงในส่วนนี้   หากใช้ขนาดของรูรับแสงที่กว้างในการบันทึกภาพ  ภาพของเราก็จะมีส่วนที่ปรับโฟกัสไว้ซึ่งจะมีความคมชัดดี  ในขณะเดียวกันฉากหลังก็จะเบลอไปทำให้เราสามารถกำจัดสิ่งที่รกรุงรังหรือทำให้วัตถุที่อยู่ในภาพดูโดดเด่นขึ้นได้     ในขณะเดียวกันบางครั้งเราต้องการบันทึกภาพวิว ทิวทัศน์ หรือสถาปัตยกรรม ที่เราต้องการความคมชัดทั้งภาพ  เราก็สามารถเลือกขนาดของรูรับแสงที่แคบลงมาเพื่อให้ได้ภาพที่มีความชัดลึกมากๆ ทั้งนี้การเลือกขนาดของรูรับแสงขึ้นอยู่กับปริมาณแสงในขณะบันทึกภาพด้วย  นักถ่ายภาพส่วนใหญ่แล้วจะนิยมใช้กลไกสองอย่างในการสร้างภาพ คือรูรับแสง และความเร็วชัตเตอร์  ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้จะต้องทำงานประสานกันอยู่แล้วในการบันทึกภาพ   ดังนั้นการทำความเข้าใจกับรูรับแสงและลักษณะการใช้งานจะช่วยให้เราสามารถลองสร้างภาพในมุมมองใหม่ๆ  ได้ง่ายมากขึ้น